00139-1PHP infoBoard V.7 Plus
มิติใหม่ของการพยาบาลฉุกเฉิน ก้าวไกลสู่อาเซียน

...




Admin : nmkinfo nmkinfo   [แก้ไข]
13/03/2013 - 09:57
...
ชื่อ..การอบรมเรื่องมิติใหม่ของการพยาบาลฉุกเฉิน ก้าวไกลสู่อาเซียน
วันที่เข้ารับการประชุม/อบรม/สัมมนา 6-8 มีนาคม 2556

สรุปผลการประชุมเรื่องมิติใหม่ของการพยาบาลฉุกเฉิน ก้าวไกลสู่อาเซียน

ผลกระทบต่อระบบฉุกเฉินไทยเมื่อก้าวไกลสู่อาเซียน
อาเซียน เริ่มก่อตั้งขึ้น 8 สิงหาคม 2510 เพื่อรวมประเทศในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็น สมาคมประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย ต่อมาได้มีรัฐสมาชิก เพิ่มขึ้น คือ เนการาบรูไนดารุสซาลาม ใน พ.ศ. 2527 เวียดนาม ใน พ.ศ. 2538 ลาว พ.ศ. 2540 พม่า ในพ.ศ. 2540 เขมร พ.ศ. 2542 รวมเป็น 10 ประเทศ
ในปัจจุบัน ยังมีรัฐที่เตรียมเป็นสมาชิกเพิ่มคือ ประเทศรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี และรัฐสังเกตการณ์ คือ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์เลสเต ผู้นำอาเซียนได้เห็นชอบให้จัดตั้ง ประชาคมอาเซียนให้สำเร็จภายในพ.ศ. 2563 แต่ต่อมาได้ร่นเข้ามาเป็น พ.ศ. 2558 ประกอบด้วย 3 ส่วน
1.ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเวียน มุ่งให้อาเซียนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกัน มีเสถียรภาพรอบด้าน เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยและมั่นคง
2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มุ่งให้เกิดการรวมตัวโดยจะมีตลาดและฐานการผลิตร่วมกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการค้าขายระหว่างกัน เพื่อให้อาเซียนมีความเจริญมั่นคงและสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่น
3.ประเทศสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เพื่อให้ประชาชนอยู่รวมกันภายใต้แนวคิดที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมดี และมีความมั่นคงทางสังคม
มติที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่13 ที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เกิดแผนงานให้ครอบคลุมลักษณะดังต่อไปนี้สำหรับประชาคมและวัฒนธรรมอาเซียน พ.ศ. 2552-2558
-การพัฒนามนุษย์
-สวัสดิการและการคุ้มครองสังคม
-สิทธิและความเป็นธรรมทางสังคม
-การดำรงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
-การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน
-การลดช่องว่างการพัฒนา
ในหัวข้อ B มีรายละเอียดดังนี้
B.1 การบรรเทาความยากจน

B.2 การสร้างเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมและการป้องกันผลกรพทบด้านลบจากการรวมกันของอาเซียนและระบบโลการภิวัฒน์
B.3 การส่งเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยด้านอาหาร
B.4 การเข้าถึงการดูแลความปลอดภัยด้านอาหาร
B.5 การเพิ่มความสามารถในการควมคุมโรคติดต่อ
B.6 การทำให้อาเซียนปลอดยาเสพติด
B.7 การสร้างรัฐให้ อึด – ฮึด- สู้ กับภัยพิบัติได้และให้ประชาคมปลอดภัยเพิ่มขึ้น

ความหมายของระบบฉุกเฉินไทย
การแพทย์ฉุกเฉิน หมายความว่า การปฎิบัติการฉุกเฉิน การศึกษา การฝึกอบรม การค้นคว้า การวิจัย การประเมิน การจัดการ การบำบัดรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน แผละการป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นฉุกเฉิน
ผู้ป่วยฉุกเฉิน หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตหรือการทำงานของอวัยวะสำคัญ จำเป็นต้องได้รับการประเมิน การจัดการและการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บนั้น
ผลกระทบต่อระบบฉุกเฉินไทยเมื่อเป็นประชาคมอาเซียน
1. ด้านผู้ป่วยฉุกเฉินน่าจะเพิ่มขึ้น
2. ด้านบุคลากรโดยเฉพาะแพทย์ฉุกเฉินและพยาบาลฉุกเฉินที่จะสมองไหล
3. ด้านเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ฉุกเฉินเพิ่มขึ้น
4. ด้านความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการ จะขัดแย้งมากขึ้นและรุนแรงขึ้นจากการใช้สังคม สื่อออนไลน์ การลดลงของจริยธรรม
5. ด้านวิชาการ จะดีขึ้นจากการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และบุคลาการระหว่างกัน
6. ด้านการเป็นเครือข่ายกัน จะใกล้ชิดสนิทสนมมากขึ้น

บทบาทและสมรรถนะของห้องฉุกเฉิน
ภาระกิจที่1 การรักษาทั้งในภาวะปกติและภาวะภัยพิบัติ
ภาระกิจที่2 การประสานงานและการรักษาพยาบาล การดูแลต่อเนื่อง และสิทธิประโยชน์ของผู้ป่วย
ภาระกิจที่3 การปกป้องสุขภาพและป้องกันความเสี่ยง
ภาระกิจที่4 การสร้างเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสภาพร่างกานละจิตใจผู้ป่วย
ภาระกิจที่5 การจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการพยาบาล
ภารกิจที่6 การพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาล
ภาระกิจที่7 การสอนและให้คำปรึกษา
ภาระกิจที่8 การพัฒนาวิชาการและงานวิจัย

สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพงานบริการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
สมรรถนะที่1 สมรรถนะด้านจริยธรรม จรรยาบรรณและกฎหมาย
สมรรถนะที่2 สมรรถนะด้านการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
สมรรถนะที่3 สมรรถนะด้านคุณลักษณะเชิงวิชาชีพ
สมรรถนะที่4 สมรรถนะด้านวิชาการและการวิจัย


สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพทางด้านการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
สมรรถนะที่1 สมรรถนะด้านการพยาบาลเฉพาะด้านทางคลินิกในผู้ป่วยฉุกเฉิน/บาดเจ็บ
สมมรรถนะที่2 สมรรถนะด้านการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิน/บาดเจ็บ
สมรรถนะที่3 สมรรถนะด้านการจัดการข้อมูลทางด้านสุขภาพ


Pain management in emergent in Emergency
ความปวดคือประสบการณ์ด้านการรับรู้และอารมณ์ไม่ที่ไม่พึงประสงค์เนื่องจากเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บหรือกำลังจะบาดเจ็บ
ความเจ็บปวดในเด็ก ความหมาย เป็นสิ่งที่ขัดขวางคุณภาพชีวิตซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อถูกทำลายโดยแสดงออกให้เห็นได้ตามพัฒนาทั้งทางด้านพฤติกรรมหรือด้านสรีรวิทยา
หลักสำคัญเรื่องการจัดการความปวด Essential Pain Management EPM
ความปวด
-มักเป็นปัญหาซ่อนเร้น
-มักได้รับการจัดการที่ไม่ดีเท่าที่ควร
-มีอุปสรรคในการจัดการความปวด
วิธีการขั้นพื้นฐานในการจัดการความปวด
-การตระหนัก (R)
-การประเมิน(A)
-การรักษา(T)
การแบ่งประเภทของความเจ็บปวดแบ่งตามระยะเวลามี2 ประเภท เจ็บปวดเฉียบพลันหรือเรื้อรัง
การแบ่งประเภทของความเจ็บปวดแบ่งตามสาเหตุ มี2 ประเภท มะเร็งหรือไม่ใช่มะเร็ง
การแบ่งประเภทของความเจ็บปวดแบ่งตามกลไกล มี2 ประเภท Nociceptive pain Neurophathic pain
ความเจ็บปวดแบบเฉียบพลันคือความปวดฉับพลันและมีระยะเวลาสั้น
ความเจ็บปวดเรื้อรัง
-ความปวดยังคงอยู่หลังจาการหายของบแผลแล้ว
-สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด
-ความปวดมากกว่า 3 เดือน
การจัดการความปวด
-การรักษาด้วยยา
ความปวดเล็กน้อย------------- paracetamol
ความปวดปานกลาง----------- paracetamol+ codeine
ความปวดรุนแรง paracetamol+ morphine
การรักษาแบบไม่ใช่ยา
ด้านร่างกาย
-RICE ; REST ICE COMPRESSION ELEVATION ( ผักผ่อน น้ำแข็ง ประคบ ยกสูง)
-การฝังเข็ม การนวด กอดกายภาพบำบัด
-การผ่าตัด
ด้านจิตใจ
-การอธิบาย การเบี่ยงเบนความสนใจ
-การให้ความมั่นใจ
-การปรึกษา

Triage Management

แนวทางในการจัดระบบการคัดแยก (Triage System)
-มีเจ้าหน้าที่ซักประวัติ ตรวจร่างกายในสิ่งที่จำเป็น ควรใช้เวลาสั้นๆภายใน2-5 นาที
-มีแนวทางปฏิบัติตามความเหมาะสมของบริบทของโรงพยาบาลนั้นๆ
-ผู้ป่วยทุกรายควรได้รับการคัดแยกภายในเวลารวดเร็ว อาจทำการคัดแยกก่อนทำบัตร
-ถ้ามีความพร้อม อาจมีแนวทางปฎิบัติให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่คัดแยกผู้ป่วย สามารถทำการดูแลเบื้องต้นได้เช่น ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด หรือการส่งตรวจทางห้องทดลองที่จำเป็นตามแนวทางที่กำหนด เช่น การส่งตรวจเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์
-มีการประเมินผู้ป่วยซ้ำๆอย่างต่อเนื่องระหว่างรอตรวจเพราะอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงที่แย่ลง
รูปแบบการคัดแยกในหน่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
1. Traffic director เป็นการคัดแยกผู้ป่วยแบบรวดเร็วอย่างง่ายๆ เพื่อเกิดการลื่นไหลของผู้ป่วย, ใช้หลัก Quick look and see , ผู้รับหน้าอาจเป็นประชาสัมพันธ์ ห้องบัตร ผู้ช่วยเหลือคนไข้หรือพยาบาล ทำหน้าที่แค่เพียงชี้ทางหรือคัดแยกว่าผู้ป่วยสมควรไปตรวจที่ตรงไหน
2. Comprehensive triage เป็นการคัดแยกแบบผสมผสาน ที่ซับซ้อนมากกว่า มักใช้ในรพ.ที่มีผู้ใช้บริการมาก ต้องอาศัยความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ มีการบันทึกเป็นระบบมากขึ้น ผู้ที่ทำหน้าที่ในการคัดแยกควรได้รับการอบรมเป็นอย่างดี มีแนวทางปฏิบัติของงแต่ละโรงพยาบาลกำหนดไว้
การคัดแยกในหน่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
-การคัดแยกผู้ป่วยในแต่ละโรงพยาบาลมีความแตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่เหมาะสมของโรงพยาบาลนั้นๆ

Triage มี 5 แบบ
1. Resuscitation 1-0 นาที
2. Emergency 2-10 นาที
3. URGENT 3-30 นาที
4. Semi- urgent 4-60 นาที
5. Nonugent 5-120 นาที
ข้อผิดพลาดในการคัดแยกในหน่วยฉุกเฉิน
1.ผู้ทำการคัดแยกขาดองค์ความรู้ประสบการณ์ในการคัดแยกจึงควรมีการอบรมหรือมีแนวทางในการคัดแยก
2. บางครั้งอาการผู้ป่วยกำกึ่ง อาการบางอย่างไม่เหมือนในแนวทางที่กำหนด
3.ขาดการ re- triage เมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลง อาจช่วยเหลือไม่ทัน
กลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง ที่ต้องระมัดระวังในการคัดแยก
1.กลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 12 เดือนหรือมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
2.ผู้ป่วยที่มีอาการสำคัญหลายอาการ
3. ผู้ป่วยที่มาแผนกฉุกเฉินบ่อยด้วยอาการเจ็บป่วยเล็กๆน้อย


Scene size-up
1.ความปลอดภัย
2.ประเภทของปัญหา
3. จำนวนผู้เจ็บป่วย ขอกำลังสนับสนุน
การแบ่งกลุ่มผู้บาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุ Field Traige
การ Traige ณ. จุดเกิดเหตุ
1. ถ้าผู้ช่วยเหลือเพียงพอ
-จะคัดแยกเพื่อจัดกลุ่มตามระดับความรุนแรง
-นำส่งยังโรงพยาบาลที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม
2. ถ้าผู้เจ็บป่วยมีจำนวนมากเกินกำลังของผู้ที่ให้การช่วยเหลือ
-จะคัดแยกเพื่อช่วยเหลือกลุ่มที่มีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุด
-บนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีอยู่ในขณะนั้น
-ผู้ที่มีอาการรุนแรงมากและมีโอกาสรอดชีวิตน้อย อาจไม่ได้รับการช่วยเหลือ
เน้นช่วยคนที่มีโอกาสรอดชีวิตให้มากที่สุดบนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีอยู่
ข้อผิดพลาดในการคัดแยก กรณีอุบัติภัยหมู่
1. ผู้ทำการคัดแยกเกิดความลังเล ขัดแย้งในใจตามหลักมนุษยธรรม โดยเฉพาะในผู้ป่วยสีแดงหรือสีดำ
2. ผู้ทำการคัดแยกมุ่งเน้นไปในอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งมากเกินไป โดยไม่ได้พิจารณาตามหลักการ
3. ผู้ทำการคัดแยก มุ่งเน้นให้การรักษามากกว่าทำการคัดแยก
Pediatric EMERGENCY CHAIN Management
สูตร RR ใช้สูตร 30-40-50 -60 คือ
เด็กแรกเกิด- 2 เดือน RR ไม่เกิน 60 ครั้ง/ นาที
2 เดือน- 1 ปี RR ไม่เกิน 50 ครั้ง/ นาที
1 ปี – 5 ปี RR ไม่เกิน 40 ครั้ง/ นาที
5 ปี- 7 ปี RR ไม่เกิน 30 ครั้ง/ นาที

อัตราการหายใจ
อายุ อัตราการหายใจ (ครั้ง/ นาที )
น้อยกว่า2 เดือน 60
2 เดือน- 1 ปี 50
1-5 ปี 40
มากว่า 5 ปี 30

สูตร B.P (systolic B)
เด็กปกติ = 90+ (อายุ (ปี)*2
SHOCK =70+(อายุ (ปี)*2

Early Detection in Trauma event
เพื่อการประเมิน ดูแลรักษา ส่งต่อ ผู้ป่วยจากอุบัติเหตุได้อย่างเหมาะสม
1.Initial assessment
1.1 Preparation
1.2 Triage
1.3 Primary survey
- Air way and c-spine
-Breathing and ventilation
-Circulation and resuscitation
-Disability
-Exposure and Environment control.
1.4 Resuscitation
1.5 Adjunct 1
1.6 Patient transfer
1.7 Secondary survey
1.8 Adjunct 2
1.9 Monitor
1.10 Definitive care





(ลงชื่อ) ลออรัตน์ สุปินะ / พิพานันท์ ธงสิบสอง ผู้รายงาน
12 มีนาคม 2556


Admin : nmkinfo nmkinfo   [แก้ไข] ลบ
13/03/2013 - 09:58

- แก้ไขล่าสุด
13/03/2013 - 09:58
13/03/2013 - 09:58


 

หน้า : 1